posted on 05 Feb 2010 20:03 by zinejungki
UNIVERSITY IN MY DREAM!!~
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่เป็นที่เรียกกันแพร่หลายในสังคมไทย ว่า "วิศวฯ จุฬาฯ" เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในการผลิตวิศวกร และ บุคคลากรที่มีความรู้สายวิศวกรรมศาสตร์ชั้นสูงของประเทศไทย มาเป็นเวลายาวนานกว่า 90 ปี การเรียนการสอนของวิศวฯ จุฬาฯ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการผลิตบัณฑิตสายวิศวกรรม ที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม สามารถเป็นเสาหลักของสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน ตามปณิธานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิศวฯ จุฬาฯ ตั้งอยู่ใจกลางความเจริญของกรุงเทพมหานคร ล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ทั้งศูนย์การค้า ร้านอาหาร และ ระบบขนส่งสาธารณะ (รถประจำทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส และ รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที) ซึ่งทำให้การเดินทางมายังวิศวฯ จุฬาฯ นั้นสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเดินทางจากที่ใดในกรุงเทพมหานคร
posted on 05 Feb 2010 18:42 by zinejungki
ความประทับใจในโรงเรียนสตรีสิริเกศ!~
ความประทับใจในโรงเรียนสตรีสิริเกศของข้าพเข้า คือสวนหย่อมในโรงเรียน ซึ่งสวนแห่งนี้ทำให้บริเวณโรงเรียนร่มรื่น บรรยากาศสดชื่น และยังเหมาะสำหรับไว้นั่งเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการทบทวนการเรียน หรืออ่านหนังสือ เพราะบริเวณนี้เงียบสงบ ไม่มีสิ่งมาก่อกวนสมาธิในการทำงานอีกด้วย ดังนั้นเวลาว่างเราก็ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการหาที่ดีๆเหมือนบริเวณสวนหย่อมมานั่งทบทวนการเรียนกับเพื่อนๆดูสิ
posted on 04 Feb 2010 20:33 by zinejungki
มีคนเคยบอกไว้ว่า...
ทุกครั้งที่เราเสียน้ำตา สิ่งที่ได้กลับมาคือ 'ความเข้มแข็งที่ยิ่งใหญ่'
และใครต่อใครก็บอกอีกว่า...
น้ำตา คือ จุดเริ่มต้นของความเข้มแข็ง
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ายามที่ทุกอย่างเหมือนจะรุมเร้าเข้ามาในชีวิต ป่วนปั่นให้หัวจิตหัวใจว้าวุ่น ความสับสนที่ตรงดิ่งเข้ามากระแทกความรู้สึก หลากหลายความทุกข์ท้อที่เข้ามาทักทายคล้ายเพื่อนสนิท การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินจะต้านทาน ทุกสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้าถาโถทกระหน่ำซัด วินาทีที่หันไปทางไหนก็ดูเหมือนมืดมน หาทางออกไม่เจอ สิ่งที่เราทำได้ในยามนั้นคือ การหลั้งน้ำตา
การร้องไห้....
ความพิเศษของมันอยู่ตรงไหนกันนะ?
ทำไมเวลาที่เรายืนอยู่ในสถานการณ์ที่เกินใจจะต้านรับได้ หัวใจต้องทนทุกข์ ความเจ็บปวดที่กล้ำกราย ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นมาจากสาเหตุใดก็ตาม เรามักจะร้องไห้ ร้องทั้งที่รู้ตัวบ้างและไม่รู้ตัวบ้าง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ น้ำตามีคุณสมบัติพิเศษอะไรหนักหนา ถึงทำให้เราต้องหลั่งมันออกมาทุกครั้งที่หัวจิตหัวใจไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ
คุณสมบัติพิเศษของน้ำตาคือคุณค่าที่มีอยู่ในตัวมันเองไงล่ะ
น้ำตา... ช่วยหลั่งเอาความอ่อนแอออกมาจากหัวใจ
น้ำตา... ช่วยชำระล้างความหดหู่ที่สะสมจนหนักอึ้ง
น้ำตา... ช่วยระบายความทุกข์ทรมานออกไปจากความรู้สึก
น้ำตา... ช่วยปลดปล่อยพันธนาการแห่งความเศร้าออกไปจากหัวใจและความรู้สึก
มันเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมที่เราต้องร้องไห้ ร้องเพื่อให้ความอัดอั้น ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความทรมาน หลุดออกมาให้หมด แม้บางครั้ง การร้องไห้จะถูกประทับตราว่าเป็นความอ่อนแอที่งี่เง่า มีแต่คนที่อ่อนแอเท่านั้นที่ร้องไห้ คนเข้มแข็งไม่มีทางหรอกที่จะร้องไห้
ความเข้มแข็งที่เสแสร้งกับความอ่อนแอที่แท้จริง
คุณจะเลือกให้ตัวเองยืนอยู่ตรงจุดไหนดีล่ะ... ตอบเอาเองแล้วกันนะ
ร้องไห้ให้น้ำตาไหลออกมาเถิด ไม่ต้องอายใครและไม่ต้องอายตัวเอง ในเมื่อน้ำตามันเป็นของที่เกิดขึ้นมาคู่กับมนุษย์เราทุกคนอยู่แล้ว เราก็ต้องรู้จักใช้มันให้คุ้มค่ากับคุณค่าที่มันมีอยู่ คิดให้ได้นะว่าน้ำตาไม่ได้มีไว้เพียงกักเก็บให้ร่วงหล่นอยู่ภายใน แต่น้ำตาคือสิ่งที่จำต้องปลดปล่อยออกมาเพื่อชำระล้างจิตใจ ชำระล้างความหม่นหมอง ชำระล้างความทุกข์ท้อต่างๆนานา และจำไว้เสมอว่าน้ำตามีไว้เยียวยาจิตใจ ไม่ใช่ทำร้ายจิตใจของเรา มีแต่คนที่ไม่รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของน้ำตาเท่านั้น ที่พยายามจะกักเก็บมันเอาไว้ โดยไม่ยอมจะปลดปล่อยมันออกมาสู่โลกภายนอก